ฟันเทียมทั้งปาก ฟันติดแน่น ราคา ข้อมูล ประเทศไทย

กำลังตัดสินใจทำฟันเทียมทั้งปากแบบฟันติดแน่นในประเทศไทยใช่ไหม? บทความนี้รวมข้อมูลครบสำหรับคนไทย ทั้งประเภทวิธีทำ เช่น All-on-4/All-on-6 วัสดุยอดนิยม ไททาเนียม การเตรียมตัวก่อน-หลังผ่าตัด ค่าใช้จ่ายประมาณในกรุงเทพ เชียงใหม่ ภูเก็ต สิทธิประกันสังคม/บัตรทอง เคล็ดลับเลือกคลินิกและรีวิวผู้ใช้จริงเพื่อช่วยให้คุณกลับมากินส้มตำหรือข้าวเหนียวมะม่วงได้อย่า

ฟันเทียมทั้งปาก ฟันติดแน่น ราคา ข้อมูล ประเทศไทย

ฟันเทียมทั้งปากแบบติดแน่นคืออะไร เหมาะกับใคร

ฟันเทียมทั้งปากแบบติดแน่น หรือที่เรียกว่า Full Mouth Implant เป็นวิธีการรักษาทางทันตกรรมที่ใช้รากฟันเทียมจากวัสดุไทเทเนียมฝังลงในกระดูกขากรรไกร เพื่อเป็นฐานรองรับฟันเทียมทั้งปาก ฟันเทียมประเภทนี้ไม่สามารถถอดออกได้เหมือนฟันปลอมทั่วไป ทำให้มีความมั่นคงและใช้งานได้เหมือนฟันแท้มากที่สุด

ผู้ที่เหมาะกับการทำฟันเทียมทั้งปากแบบติดแน่นคือผู้ที่สูญเสียฟันหลายซี่หรือทั้งปาก มีกระดูกขากรรไกรเพียงพอหรือสามารถเสริมกระดูกได้ และมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อการรักษา เช่น เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ หรือโรคกระดูกพรุน นอกจากนี้ผู้รับการรักษาควรมีเหงือกและเนื้อเยื่อในช่องปากที่มีสุขภาพดี

ประเภทการทำ All-on-4 All-on-6 และวัสดุที่ใช้

การทำฟันเทียมทั้งปากแบบติดแน่นมีหลายเทคนิค โดยที่นิยมคือ All-on-4 และ All-on-6 เทคนิค All-on-4 เป็นการใช้รากฟันเทียมเพียง 4 ตัวต่อขากรรไกรหนึ่งข้าง โดยรากฟันด้านหลังจะฝังเอียงเพื่อใช้ประโยชน์จากกระดูกที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เหมาะกับผู้ที่มีกระดูกไม่มากนัก

ส่วน All-on-6 เป็นการใช้รากฟันเทียม 6 ตัวต่อขากรรไกรหนึ่งข้าง ให้การรองรับที่มั่นคงกว่าและกระจายแรงกดได้ดีขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีกระดูกเพียงพอและต้องการความแข็งแรงสูงสุด นอกจากนี้ยังมีเทคนิค All-on-8 สำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นคงสูงสุด

วัสดุที่ใช้ทำฟันเทียมมีหลายชนิด เช่น อะคริลิก เซอร์โคเนีย และพอร์ซเลน โดยอะคริลิกเป็นวัสดุที่ราคาประหยัดที่สุด แต่อาจไม่ทนทานเท่าวัสดุอื่น เซอร์โคเนียเป็นวัสดุที่แข็งแรงและสวยงามใกล้เคียงฟันแท้ ส่วนพอร์ซเลนให้ความสวยงามสูงสุดแต่ราคาแพงกว่า

สิทธิการรักษา ประกันสังคม บัตรทอง และวิธีใช้สิทธิ

การใช้สิทธิการรักษาสำหรับฟันเทียมทั้งปากแบบติดแน่นในประเทศไทยมีข้อจำกัด โดยทั่วไปประกันสังคมและบัตรทองจะไม่ครอบคลุมการทำฟันเทียมแบบฝังรากเทียม เนื่องจากถือเป็นการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูงและไม่ใช่การรักษาเร่งด่วน

ประกันสังคมจะครอบคลุมเฉพาะการรักษาทันตกรรมพื้นฐาน เช่น การอุดฟัน ถอนฟัน และขูดหินปูน ส่วนบัตรทอง หรือสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จะครอบคลุมเฉพาะฟันปลอมทั่วไปในบางกรณีที่จำเป็น ไม่รวมฟันเทียมแบบฝังราก

ผู้ที่ต้องการใช้สิทธิบัตรทองควรสอบถามที่โรงพยาบาลหรือสถานีอนามัยที่ลงทะเบียนไว้ เพื่อตรวจสอบว่ามีบริการฟันปลอมทั่วไปหรือไม่ หากต้องการทำฟันเทียมแบบติดแน่น ส่วนใหญ่จะต้องชำระค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด บางคลินิกเอกชนอาจมีโปรแกรมผ่อนชำระหรือส่วนลดพิเศษให้เลือก

เลือกคลินิกทันตกรรมอย่างไรให้ปลอดภัยและมีรับประกัน

การเลือกคลินิกทันตกรรมที่เชื่อถือได้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทำฟันเทียมทั้งปากแบบติดแน่น ควรเลือกคลินิกที่มีทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการฝังรากฟันเทียม มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่ถูกต้อง และมีประสบการณ์ในการทำงานมาอย่างน้อย 5 ปี

คลินิกที่ดีควรมีเครื่องมือและอุปกรณ์ทันสมัย เช่น เครื่อง CT Scan สำหรับวางแผนการรักษา และห้องผ่าตัดที่สะอาดปลอดเชื้อ นอกจากนี้ควรสอบถามเกี่ยวกับแบรนด์รากฟันเทียมที่ใช้ว่าเป็นแบรนด์ที่ได้มาตรฐานสากลหรือไม่ เช่น Nobel Biocare, Straumann หรือ Osstem

การรับประกันเป็นอีกปัจจัยสำคัญ คลินิกที่มีคุณภาพมักให้การรับประกันรากฟันเทียมอย่างน้อย 5-10 ปี และฟันเทียมส่วนบน 1-3 ปี ควรอ่านเงื่อนไขการรับประกันอย่างละเอียด และสอบถามว่าครอบคลุมกรณีใดบ้าง เช่น รากฟันเทียมหลุด หรือฟันเทียมแตกหัก นอกจากนี้ควรเลือกคลินิกที่มีบริการติดตามผลหลังการรักษาและให้คำแนะนำการดูแลรักษาอย่างชัดเจน


ราคาโดยประมาณในกรุงเทพและจังหวัดอื่น

ค่าใช้จ่ายในการทำฟันเทียมทั้งปากแบบติดแน่นในประเทศไทยแตกต่างกันไปตามเทคนิคที่ใช้ วัสดุ และทำเลที่ตั้งของคลินิก โดยทั่วไปคลินิกในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่จะมีราคาสูงกว่าจังหวัดอื่น แต่อาจมีเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญสูงกว่า

สำหรับเทคนิค All-on-4 ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 250,000-400,000 บาทต่อขากรรไกรหนึ่งข้าง หากใช้วัสดุอะคริลิก และอาจสูงถึง 500,000-700,000 บาทหากใช้วัสดุเซอร์โคเนียหรือพอร์ซเลน ส่วน All-on-6 จะมีราคาสูงกว่าประมาณ 350,000-900,000 บาทต่อข้าง ขึ้นอยู่กับวัสดุและแบรนด์รากฟันเทียม

ในจังหวัดอื่นนอกกรุงเทพฯ เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น หรือหาดใหญ่ ราคาอาจถูกกว่าประมาณ 10-20% แต่ควรตรวจสอบคุณภาพและประสบการณ์ของคลินิกอย่างละเอียด นอกจากค่ารากฟันเทียมและฟันเทียมแล้ว อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าถ่ายภาพ CT Scan ประมาณ 3,000-5,000 บาท ค่าเสริมกระดูก หากจำเป็น อาจอยู่ที่ 20,000-100,000 บาท และค่าฟันชั่วคราวระหว่างรอฟันเทียมถาวร

คลินิก/โรงพยาบาล ทำเล เทคนิค ราคาโดยประมาณ (บาท)
คลินิกทันตกรรมเอกชนระดับพรีเมียม กรุงเทพฯ All-on-4 (เซอร์โคเนีย) 500,000-700,000 ต่อข้าง
โรงพยาบาลเอกชนขนาดกลาง กรุงเทพฯ All-on-4 (อะคริลิก) 250,000-400,000 ต่อข้าง
คลินิกทันตกรรมในจังหวัด เชียงใหม่/ขอนแก่น All-on-4 (อะคริลิก) 220,000-350,000 ต่อข้าง
คลินิกทันตกรรมเอกชน กรุงเทพฯ All-on-6 (เซอร์โคเนีย) 600,000-900,000 ต่อข้าง
คลินิกทันตกรรมในจังหวัด หาดใหญ่/ภูเก็ต All-on-6 (อะคริลิก) 350,000-550,000 ต่อข้าง

ราคาและอัตราค่าใช้จ่ายที่กล่าวถึงในบทความนี้เป็นเพียงข้อมูลประมาณการจากข้อมูลล่าสุดที่มีอยู่ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลา ควรสอบถามข้อมูลและทำการศึกษาเพิ่มเติมด้วยตนเองก่อนตัดสินใจทางการเงิน


การดูแลรักษาและอายุการใช้งาน

หลังจากทำฟันเทียมทั้งปากแบบติดแน่นเสร็จแล้ว การดูแลรักษาที่เหมาะสมจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น ควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันเพื่อทำความสะอาดบริเวณรอบรากฟันเทียม และใช้น้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีแอลกอฮอล์เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรีย

ควรหลีกเลี่ยงการกัดอาหารแข็งมากเกินไป เช่น กระดูก น้ำแข็ง หรือเปลือกถั่ว เพราะอาจทำให้ฟันเทียมแตกหักได้ นอกจากนี้ควรงดสูบบุหรี่ เนื่องจากการสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบของเหงือกและทำให้รากฟันเทียมอาจหลุดได้

การตรวจสุขภาพช่องปากกับทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอทุก 6 เดือนเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อตรวจสอบสภาพของรากฟันเทียมและฟันเทียม รวมถึงทำความสะอาดหินปูนที่อาจเกิดขึ้น หากดูแลรักษาอย่างดี รากฟันเทียมสามารถอยู่ได้ตลอดชีวิต ส่วนฟันเทียมส่วนบนอาจต้องเปลี่ยนทุก 10-15 ปี ขึ้นอยู่กับวัสดุและการใช้งาน

ฟันเทียมทั้งปากแบบติดแน่นเป็นทางเลือกที่ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ที่สูญเสียฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือความมั่นคงและความสวยงามใกล้เคียงฟันแท้ การเลือกคลินิกที่เชื่อถือได้และการดูแลรักษาที่เหมาะสมจะช่วยให้ฟันเทียมใช้งานได้นานและคุ้มค่ากับการลงทุน